ดาบเหล็กน้ำพี้  มหาอำนาจ มหาบารมี ปกป้องคุ้มภัย

ดาบเหล็กน้ำพี้  มหาอำนาจ มหาบารมี ปกป้องคุ้มภัย แร่เหล็กธรรมชาติ

ดาบเหล็กน้ำพี้ มีพลานุภาพมาก มีความขลัง มีพลังความความศักสิทธิ์ในตัว มีพลานุภาพมหาอำนาจ บารมี พิธีกรรม ในสมัยก่อนการที่จะตีดาบดี ในสมัยก่อนต้องมีพิธีกรรมหลายอย่าง หลายขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การไปนำแร่มาจากบ่อ  การหาของผสมมาให้ครบ  การก่อเตาตีดาบ  เรื่อยไปจนกระทั่งเสร็จเป็นดาบที่สมบูรณ์  ทั้งยังต้องมีการทดลองคุณภาพหลังตีแล้วเสร็จ และนำไปใช้ได้   พิธีกรรมเหล่านี้เริ่มต้นจาก  เมื่อค้นพบแร่เหล็กน้ำพี้แล้ว ใช่ว่าจะไปขุดกันมาใช้ได้เลย   ในขั้นแรกที่จะไปขุดเอาแร่เหล็กจะต้องทำตนให้บริสุทธิ์เสียก่อน  ซึ่งจะต้องนุ่งขาวห่มขาว ถือศีล 8 อย่างน้อย  7-15 วัน  งดรับประทานเนื้อสัตว์ คือจะต้องรักษาศีล 8 ให้สมบูรณ์อย่างเคร่งครัดนั่นเอง  เมื่อครบกำหนดแล้วจะต้องดูฤกษ์ ดูยาม หาวันเวลาที่เหมาะสมเพื่อทำพิธีบวงสรวงเจ้าที่เจ้าทาง   ที่ปกปักษ์รักษาบ่อแร่เหล็ก   เป็นการบอกขออนุญาตเจ้าของเขาเสียก่อน  

ดาบเหล็กน้ำพี้

จากนั้นก็ทำพิธีที่เรียกว่า“ล้อมแร่”  ซึ่งเป็นการป้องกัน แร่ธาตุหนี   ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าไม่ล้อมแร่ไว้ก่อน  แม้จะขุดไปอย่างไรก็จะไม่พบแร่ธาตุเหล็กน้ำพี้ ที่ต้องการ  จะพบก็แต่แร่เหล็กที่ไม่มีคุณภาพ  ที่อาจเรียกว่าขี้เหล็กก็ได้ และถ้านำมาหลอมมาตีเป็นดาบ ดาบนั้นจะเปราะ ไม่แข็งแรง แตกหักได้ง่าย  การขุดตัดแร่เหล็กนี้ ไม่ต่างไปจากการตัดเหล็กไหลเท่าใดนัก  เพราะเชื่อว่าอยู่ในตระกูลเดียวกันกับเหล็กไหล ซึ่งจะต้องตั้งศาลบวงสรวงขออนุญาตจากเจ้าที่ เทวดาดูแลปกปักษ์รักษาเสียก่อน  จึงจะทำการขุดตัดได้ และจะต้องทำพิธีตัดกันในวันดับ คือ วันแรม 15 ค่ำ เพื่อให้มีพลานุภาพมาก ที่เชื่อว่าจะได้เหล็กที่มีคุณภาพสูง

วันตีดาบ มีการจัดเตรียมอุปกรณ์ในการตีดาบ จะมีเตาเผา คีมคีบเหล็กด้ามยาว ค้อนตีเหล็ก หินขัด ถ่าน(ไม้สัก) เป็นต้น  เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว  ต่อไปก็ต้องดูฤกษ์เพื่อหาวันทำวิธีบูชาครูดาบ  แล้วจึงลงมือตีได้โดยปกติถ้าจะทำให้ถูกต้องตามตำราโบราณจะต้องทำการตีเหล็กกันในคืน วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ พระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น  ถ้าตีวันอื่นประสิทธิภาพของดาบด้านความขลังจะมีพลังน้อย  

การประจุของขลัง เมื่อตีดาบเสร็จแล้วก็จะนำตัวดาบมาเข้าด้วย  ซึ่งปกติทำด้วยไม้ที่เหนียวคงทน และมีน้ำหนักเบามาก  ก่อนจะประกอบตัวดาบเข้ากับด้าม จะต้องทำการประจุเครื่องรางของขลังของครูบาอาจารย์ที่แข็งกล้าในวิชาอาคม เช่น  ผ้าประเจียดพิสมร  เครื่องรางชนิดหนึ่งรูปสามเหลี่ยม หรือเหลี่ยมร้อยสาย เป็นต้น จึงเป็นการดีส่วนปลอกหรือฝักดาบก็จะถักหวายซึ่งจะทำให้สวยงามและคงทนขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ถัก

เมื่อตีดาบเหล็กน้ำพี้แล้วเสร็จ ก็เป็นขั้นการทดลอง หลังจากได้ดาบที่สมบูรณ์แล้วอาจนำดาบนั้นไปให้ครูบาอาจารย์ที่แก่กล้าในเวทย์วิชาอาคมทำพิธีปลุกเสกประจุมนต์คาถาลงไปในดาบเป็นการเพิ่มอานุภาพให้แก่ดาบอีกชั้นหนึ่ง จากนั้นจึงนำดาบมาทดลองคุณภาพ ที่ใช้เป็นอาวุธประจำตัวของตนได้หรือไม่ ในขั้นแรกจะชักดาบออกจากฝัก ยกขึ้นกวัดแกว่งในอากาศหากเกิดเสียงดังจนผู้ถือดาบได้ยินอย่างถนัด ก็เป็นอันว่าดาบนั้นถูกต้องตามตำราเป็นดาบที่ใช้ได้

ขั้นสุดท้าย การทำ ดาบเหล็กน้ำพี้ เป็นการทดลองด้วยการฟันไม้ไผ่ ไม้ไผ่ที่สอดไส้ด้วยเหล็กเส้นไว้ภายใน  นำมาปักบนพื้นดิน  ถ้าตวัดดาบครั้งเดียวทั้งไม้ไผ่และไส้เหล็กขาดกระเด็น แสดงว่าดาบนั้นดีสุดยอด  ในการทดลองครั้งที่ 2 และ 3 นี้ หากฟันไปแล้วแม้หัวตะปูขาดหรือไม้ไผ่และเหล็กเส้นจะขาดก็ตาม  แต่ถ้าเกิดมีเสียงดัง “แกร็ก” หรือตะปู หรือไม้ไผ่ล้มลง ดาบเล่มนั้นคุณภาพยังไม่ดีพอ

เชื่อกันว่า ดาบเหล็กน้ำพี้เสมือนเพื่อนตายจะคอยปกป้องและเตือนภัยแก่เจ้าของทุกครั้งเช่น เมื่อยามมีอันตรายหรือศัตรูเข้ามาใกล้ ดาบจะสั่นกิ๊กถีบตัวออกจากฝักทันที เป็นสัญญาณบอกให้รู้ล่วงหน้าเพื่อป้องกันได้เสมอ เหล็กล้างอาถรรพณ์ เหล็กน้ำพี้ เมื่อทำเป็นอาวุธหรือของใช้ต่างๆเนื้อเหล็กจะคมวาวจะมีสีคล้าย สีเขียวปีกแมลงทับ  มีความเหนียวและอ่อน สามารถงอได้ตามต้องการเพื่อที่จะซุกซ่อนไม่ให้ศัตรูมองเห็น

ในปัจจุบันมีคนหา ดาบเหล็กน้ำพี้มาไว้ประจำบ้าน หรือที่ทำงาน หรือวางไว้ในรถยนต์ ซึ่งเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ ของพลานุภาพของดาบ ถึงอำนาจ บารมี ป้องกันคุณไสย์มนต์ดำ ภูตผีปีศาล ชัยชนะเหนือสิ่งอื่นใด ปกป้องอันตรายทั้งปวง บ้างก็กล่าวว่าเสริมอำนาจและบารมีให้กับตนเอง เก็บสิ่งดี ๆ มาเล่าบอกต่อกัน