การทำเสน่ห์ อวิชาที่ควรหลีกเลี่ยง ไม่พ้นจะเข้าตัว

การทำเสน่ห์  เมตตามหานิยม

การทำเสน่ห์ คืออะไร เสน่ห์ ก็บอกอยู่แล้วว่า ผู้ที่มีคนอยากเข้าใกล้ ด้วยความรักและเมตตา หรือเข้ามาหาด้วยจิตที่ภักดี แต่ส่วนมาก มักนำการทำเสน่ห์ไปทางการหาคู่ ชู้สาว เสน่ห์ด้านความรัก ความเมตตา ความรักใคร่เสน่ห์หา

การทำเสน่ห์

เคยสังสัยมั้ยว่าการทำเสน่ห์ในสมัยก่อน ทำไมทำแล้วถึงได้สำริดผล? ถ้าไปถามคนโบร่ำโบราณจริง ๆ ที่ได้สัมผัสกับวิชาเสน่ห์เหล่านี้ เค้าจะบอกว่า การทำเสน่ห์ที่จะให้ผล 100 % นั้นเพราะคนที่ทำเสน่ห์ กับคนที่ให้เค้าทำ ต่างก็เป็นคนมีสัจจะในตัวเอง คือรักใครชอบใครพอได้ผลก็ไม่ทอดทิ้งกันไป ถือสัจจะวาจาเลี้ยงดูอย่างดี ไปจนวันตาย!! ไม่ผิดลูกผิดเมีย อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม

ดังนั้นคนทำเสน่ห์สมัยโบราณเค้าเป็นคนมีศีลธรรมจริง ๆ ไม่รัก โลภ โกรธ หลง ทำให้ผลได้เป็นไปตามที่ต้องการ การทำเสน่ห์นั้นโดยหลัก ต้องมิใช่ทำเพื่อแย่งแฟนคน หรือแย่งคนรักคนอื่น เพราะมันผิดศีลข้อกาเม และเป็นบาปมาก ๆ ไม่ชาตินี้หรือชาติหน้า เราก็จะถูกพัดพลากจากคนรัก หรือถูกแย่งคนรักไป ทำให้เสียใจ ตรอมใจ ไปทุกชาติ

เช่นทำเสน่ห์ให้คนหลงรัก ที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น เพื่อหวังทรัพย์สินเงินทอง เช่นนี้แล้วทำให้การทำเสน่ห์แม้จะได้ผลเพียงใด ก็จะต้องรับกรรมหนักเพียงนั้นในภายหลัง หรือแม้แต่การทำเสน่ห์เพื่อแย่งแฟนหรือคนรักของคนอื่นก็ต้องรับกรรมเช่นเดียวกันไม่ช้าก็เร็ว

การทำเสน่ห์ในปัจจุบัน ส่วนมากจะเป็นสายดำ อวิชาเกือบทั้งสิ้น

ยกตัวอย่าง ทำเพื่อแย่งสามีคนอื่น ทำเพื่อให้คนรักกลับมา ทำเพื่อหวังทรัพย์สินเงินทองของบุคคลอื่น และคาถาที่ใช้ล้วนแล้วแต่เป็นสายดำเกือบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นมนต์คาถา ปั้นหุ้น ฝังรูป บริกรรมเสกเป่า เอาของอวิชาให้กิน ล้วนแล้วแต่เป็นอวิชาทั้งสิ้น เป็นบาปมหัน ทำให้คนเสียสติ เราเป็นผู้สั่งทำ และจะได้รับผลกรรมอันนั้น และยิ่งวิชาเหล่านี้เสื่อมลง หรือถูกถอดถอน จากผู้มีวิชา หรือพุธคุณ ความหลงรัก หลงไหลจะกลับกลายมาเป็นเกลียดเท่าทวีคูณ หรืออาจทำให้บุคคลนั้นเสียสติเป็นได้ พึ่งระลึกเสมอว่า มนต์ย่อมมีการเสื่อมไปเป็นธรรมดาตามธรรมชาติ เมื่อถึงเวลา และกรรมดี หรือกรรมชั่วย่อมติดตามเราดังเงานั่นแล

ปัจจุบันวิชาเหล่านี้ยังมีอยู่นอกจากการทำเสน่ห์ต่อผู้อื่น เพื่อให้ได้คู่ครองแล้ว ยังทำสามารถทำเสน่ห์ใส่ตัวเอง เพื่อเสริมเสน่ห์ให้ตัวเอง ให้แฟนรักก็ย่อมได้ หรือจะให้คนอื่นเกิดความรักใคร่เมตตาก็ได้ ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อหน้าที่การงาน ทั้งยังเกิดผลดีต่อตัวเองอีกด้วย เช่น คาถาเมตตามหานิยม การลง ณ หน้าทอง การอบน้ำว่านมหาเสน่ห์ การหาเครื่องรางของขลังมาพกติดตัว ที่สามารถสร้างเสน่ห์ให้กับตัวเอง โดยไม่เกิดผลเสียใด ๆ ทำให้ผู้ใช้มีอำนาจเสน่ห์เหนือคนทั่วไปทั้งหญิงและชาย มีเสน่ห์ดึงดูดชวนให้หลงใหล และเป็นรักใคร่เมตตาต่อผู้พบเห็นและพูดคุยด้วย อาจกล่าวได้ว่าการทำเสน่ห์ในปัจจุบัน มีหลากหลายวิธีตามความเชื่อ และศัทธา

คาถาเมตตามหานิยม

เค้าบอกว่า ถ้าอยากเป็นที่รัก เป็นที่เมตตา ไปไหนมีคนเอ็นดูให้ความช่วยเหลือแล้ว นอกจากจะเป็น “คนดี” แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นตัวช่วยนั่นก็คือ “คาถาเมตตามหานิยม” ที่เชื่อว่าหากใครท่องคาถานี้ก่อนออกจากบ้านแล้วจะมีแต่คนรักใคร่ เมตตา รักใคร่เอนดู ให้ความช่วยเหลือ

( ตั้งนะโม 3 จบ )

นะ เมตตา โม กะรุณา  พุทธ ปราณี ธา ยินดี ยะ เอ็นดู

สารพัดศัตรู วินาสสันตุ อิติปิโส ภะคะวา

เห็นหน้า วาจา เอ็นดูด้วย นะโม พุทธายะ **

สวดคาถาก่อนออกจากบ้าน จะทำให้คนที่พบเจอมีความรู้สึกรักใคร่เอนดู หรือ เจรจาเรื่องใดก็จะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว