เทพเจ้าทันใจ (นัตโบโบยี) ขออะไร! ไวดังใจปราถนา

เทพเจ้าทันใจ (นัตโบโบยี) ขออะไร! ไวดังใจปราถนา ตำนาน

เทพเจ้าทันใจ (นัตโบโบยี) ณ เจดีย์โบตาทาวน์ ซึ่งเจดีย์แห่งนี้มีเทพทันใจคอยคุ้มครอง เชื่อกันว่าจะทำให้สมปรารถนารวดเร็วทันใจ เชื่อว่าถ้ากระซิบขออะไรแล้วจะสมหวังทุกประการ เป็นที่หนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าให้การสักการะและนับถือเป็นอย่างมาก รวมไปถึงคนไทยเองก็ยังให้ความเคารพและนับถือด้วยเช่นกัน ซึ่งนักท่องเที่ยวและชาวพม่านิยมไปกราบไหว้กันมากที่สุด

เทพเจ้าทันใจ

เทพทันใจ หรือ นัตโบโบยี ซึ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำด้านข้างของเจดีย์โบตาทาวน์ ชาวพม่ามีความเชื่อกันว่า ไม่ว่าจะสร้างเจดีย์ใดๆ ที่ไหนก็ตาม จะต้องมีเทพคอยคุ้มครองดูแลเจดีย์ ซึ่งเจดีย์แห่งนี้ ก็มีเทพทันใจคอยคุ้มครอง เชื่อกันว่าจะทำให้สมปรารถนารวดเร็วทันใจ สมกับคำว่า เทพทันใจ ขออะไรก็ได้ดังใจปราถนา

การนับถือ “นัต” เป็นความเชื่อของคนพม่า นัตเป็นจิตวิญญาณของคนตายที่อยู่ระดับสูงกว่าผีและต่ำกว่าเทพ จึงไม่ใช่ทั้งผีและเทพ ส่วนใหญ่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้สร้างคุณงามความดี หรือวีรกรรมที่น่าประทับใจเอาไว้ โดยมากนัตมีหน้าที่ปกปักรักษาเมืองหรือสถานที่สำคัญๆ เช่น เจดีย์ เป็นต้น คำว่า “โบโบยี” (โบโบจี) คือพ่อปู่ หรือเจ้าพ่อ นั้นไม่ใช่ชื่อเฉพาะของนัตองค์ใดองค์หนึ่ง แต่ความหมายที่แท้จริงของคำว่า “โบโบยี” คือ นัตผู้ชายที่เป็นที่เคารพนับถือ ประมาณพ่อปู่ เจ้าพ่อหรือเทพาอารักษ์ของไทยเรานั้นเอง ด้วยเหตุนี้ทางพม่าจึงต้องมีชื่อสถานที่ที่นัตองค์นั้นๆ คุ้มครองอยู่ประกอบด้วยเสมอ

ตามตำนานในสมัยพุทธกาล

ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อราว 2,000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศาธาตุ ที่อัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง จึงสร้างเจดีย์โบตาทาวน์ไว้เป็นที่ระลึกในบริเวณนี้ พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าสืบต่อมา และภายต่อมาเจดีย์โบตาทาวน์องค์เดิมได้ถูกผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้พังทลายลงมา ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบ ผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุ ต่อมาจึงได้สร้างเจดีย์องค์ใหม่ แล้วนำพระเกศาธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการะบูชาได้อย่างใกล้ชิด

ซึ่งชาวพม่าความเชื่อว่า “เทพเจ้าทันใจ” เป็นนัตที่ได้ปกปักรักษาพระเกศธาตุในเจดีย์โบตาทาวน์ เป็น ๑ ในนัตหลวง ๓๗ ตน ที่ชาวพม่าให้ความเคารพนับถือกันมาก เป็นนัตที่ชาวพม่าและชาวไทย นักการเมือง ศิลปิน ดารา นักธุรกิจ พ่อค้าวาณิช เศรษฐีพม่า ให้ความเคารพศรัทธาอย่างมากมาย เดินทางไปสักการะที่พม่าอย่างล้นหลามด้วยความเชื่อที่ว่าผู้ใดได้สักการบูชาหรือขอพรสิ่งใดก็ตามจะสัมฤทธิผลสมปรารถนาทันใจ สำเร็จโดยเร็ว ฉับพลันทันใด ทั้งเรื่องการเงิน การงาน ความรัก ค้าขาย โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย โดยเฉพาะ เรื่องเงินทอง บารมีแรง เสริมดวงให้ชีวิตราบรื่นในทุกๆ ด้าน

คาถาบูชา เทพเจ้าทันใจ (นะโม ๓ จบ )

เอหิ สักกะ มหานัทโป๊ะโป๊ะจีโปตะถ่องสิทธิมัตถุ

อิทังพะลัง เอตัสสะมิงรัตตะนัง

พุทธัง ธัมมัง สังฆัง เทวานัง ประสิทธิลาโภ

ชยโยนิจจัง วันทามิสัพพะทา สวาโหม

เชื่อกันว่า การสวดมนต์บูชาขอพรองค์เทพทันใจ (นัตโบโบยี) จะเปลี่ยนชะตาชีวิตของท่านในทางที่ดี ท่านจะมั่งคั่ง ร่ำรวย จะประสบความสำเร็จ สมปรารถนาทุกสิ่ง บันดาลโชคลาภ มหาโภคทรัพย์ ปัดเป่าปัญหาอุปสรรคให้ผ่านพ้น เรื่องเมตตามหาเสน่ห์ องค์เทพทันใจก็แรงสุดใจ ใครก็รักใครก็เมตตา

วิธีการบูชาเทพเจ้าทันใจ

การบูชาเทพทันใจ นิยมใช้มะพร้าว(เชื่อว่าเป็นน้ำที่บริสุทธิ์ที่สุด) หรือ กล้วยนากสีแดง เป็นเครื่องบูชา เพราะเชื่อว่าเป็นผลไม้มงคล และเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์เจริญงอกงามของชีวิต บางครั้งก็จะประกอบด้วยช่อใบไม้ที่เรียกว่า ใบชัยชนะ และฉัตร ตุงหรือธงกระดาษขนาดเล็ก ซึ่งก็เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นมงคลและมั่งคั่ง ร่ำรวยนั่นเอง

เทพเจ้าทันใจ มีหลายองค์ ในพม่า

เทพทันใจมิได้ มีเพียงองค์เดียวในประเทศเมียนม่าหลายคนมักคิดว่า ถ้าจะไหว้เทพทันใจ ต้องไหว้ที่ เจดีย์โบตาทาวน์ เท่านั้น จริงๆ แล้ว เทพทันใจของทางพม่ามีถึง 5 องค์ด้วยกัน คือ

องค์ที่ 1 อยู่ที่ พระธาตุอินแขวน ตั้งอยู่ที่เมืองไจ้ก์โถ่ อำเภอสะเทิม เขตรัฐมอญของประเทศพม่า บนยอดเขา Paung Laung

องค์ที่ 2 อยู่ที่ เจดีย์สุเหล่ ใจกลางกรุงย่างกุ้ง

องค์ที่ 3 อยู่ที่ เจดีย์กลางน้ำเยเลพญา เมืองสิเรียม ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหงสาและแม่น้ำย่างกุ้ง

องค์ที่ 4 อยู่ที่ เจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง

องค์ที่ 5 อยู่ที่ เจดีย์โบตาทาวน์ วัดนี้อยู่ริมแม่น้ำย่างกุ้ง ชื่อ ท่าน นัต โบโบยี

โดยสามารถไหว้เทพทันใจได้ทุกองค์ และถ้าจะให้ขลังและได้สมความปรารถนา ต้องขอพรได้ที่ละ 1 ข้อเท่านั้น และพรแต่ละข้อต้องไม่ซ้ำกัน

การอธิษฐานขอพรต่อเทพเจ้าทันใจ

มีเคล็ดลับว่าต้องขอเพียงข้อเดียวเท่านั้น เพื่อพลังกล้าแข็งในการถวายเครื่องเซ่น หลังจากนั้นให้ถวายธนบัตรเสียบไว้ที่มือของท่าน ซึ่งอยู่ในกิริยายืนชี้นิ้วไปข้างหน้า อยากจะถวายเท่าใดก็แล้วแต่ศรัทธา แต่ต้องให้มีจำนวนธนบัตรมากกว่า ๑ ฉบับ หลังจากนั้นก็เข้าไปยืนให้หน้าผากของเราติดกับนิ้วมือของท่าน แล้วจึงตั้งจิตอธิษฐานอีกครั้ง เพียงข้อเดียวเท่านั้น ห้ามเปลี่ยนใจ เสร็จแล้วจึงนำธนบัตรที่ถวายไว้คืนกลับมา ๑ ฉบับ เพื่อเอากลับไปเป็นเงินขวัญถุงให้มีโชคมีลาภต่อไป นอกจากนี้ ผู้ดูแลศาลยังอาจจะให้เรานำกล้วยสุกที่คนมาถวายไว้ก่อนหน้านั้น เอาไปกินเพื่อเป็นมงคลแก่ตัวเองด้วย

**** บทความบางบทความ อาจเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน****